<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แนะนำสินค้า &#8211; Thai Unique</title>
	<atom:link href="https://thaiunique.co.th/category/product-highlights/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thaiunique.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Oct 2026 10:37:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://thaiunique.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tu-site-icon-v2-150x150.png</url>
	<title>แนะนำสินค้า &#8211; Thai Unique</title>
	<link>https://thaiunique.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ขอใบเสนอราคาเครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติ ต้องบอกอะไรบ้าง และอะไรทำให้ราคาต่างกัน</title>
		<link>https://thaiunique.co.th/blog/water-analyzer-quotation-guide/</link>
					<comments>https://thaiunique.co.th/blog/water-analyzer-quotation-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[mppaearth@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thaiunique.co.th/?p=3035</guid>

					<description><![CDATA[เครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติเชิงสีมีสองตระกูลหลัก คือ d [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติเชิงสีมีสองตระกูลหลัก คือ discrete analyzer ที่แยกปฏิกิริยาของแต่ละตัวอย่างออกจากกัน กับ segmented flow analyzer ที่ปล่อยตัวอย่างไหลต่อเนื่องโดยมีฟองอากาศคั่น การเลือกไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อ แต่ขึ้นกับจำนวนตัวอย่างต่อวัน จำนวนพารามิเตอร์ที่ต้องรายงาน วิธีมาตรฐานที่ต้องใช้ ประเภทของตัวอย่างน้ำ และความเข้มข้นต่ำสุดที่ต้องตรวจให้ได้ เวลาขอใบเสนอราคา ถ้าแจ้งข้อมูลชุดนี้มาพร้อมกัน จะได้ข้อเสนอที่ตรงงานตั้งแต่รอบแรก</p>
<h2>เครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติมีกี่แบบ และต่างกันตรงไหน</h2>
<p>เครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติที่ใช้หลักการวัดค่าสี (colorimetric analysis) แบ่งได้เป็นสองตระกูล และความต่างไม่ได้อยู่ที่ความเร็วอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีที่ตัวอย่างกับรีเอเจนต์ทำปฏิกิริยากัน ซึ่งส่งผลต่อทั้งปริมาณสารที่ใช้ ขีดจำกัดการตรวจวัด และความยืดหยุ่นในการสลับพารามิเตอร์</p>
<p>Discrete analyzer จะแยกปฏิกิริยาของแต่ละตัวอย่างออกจากกัน แต่ละการทดสอบเกิดในภาชนะของตัวเอง ไม่ปะปนกัน จุดเด่นคือใช้ตัวอย่างและรีเอเจนต์น้อยกว่าต่อการทดสอบ และสลับพารามิเตอร์ได้เร็วโดยไม่ต้องรื้อระบบ จึงเหมาะกับแล็บที่ต้องรายงานหลายพารามิเตอร์ แต่จำนวนตัวอย่างต่อพารามิเตอร์ไม่ได้มากนัก เช่น แล็บบริการที่รับงานหลากหลาย หรือแล็บโรงงานที่ต้องดูทั้งน้ำใช้และน้ำทิ้ง</p>
<p>Segmented flow analyzer จะปล่อยให้รีเอเจนต์และตัวอย่างไหลเข้าสู่เครื่องต่อเนื่องตลอดเวลา โดยมีฟองอากาศคั่นแต่ละช่วงเพื่อกันการผสมข้ามระหว่างตัวอย่าง การที่ปฏิกิริยามีเวลาเกิดจนสมบูรณ์ทำให้เด่นเรื่องขีดจำกัดการตรวจวัดที่ต่ำและความแม่นยำในงานที่วิเคราะห์ตัวอย่างจำนวนมากซ้ำ ๆ ด้วยพารามิเตอร์เดิม เช่น งานน้ำทะเล หรืองานเฝ้าระวังคุณภาพน้ำที่เก็บตัวอย่างประจำจุดเดิมทุกเดือน ข้อแลกเปลี่ยนคือใช้รีเอเจนต์และตัวอย่างในปริมาณมากกว่า discrete analyzer</p>
<p>สรุปสั้น ๆ คือถ้าโจทย์ของคุณคือ “พารามิเตอร์เยอะ ตัวอย่างต่อพารามิเตอร์ไม่มาก” ให้เริ่มดูที่ discrete analyzer แต่ถ้าโจทย์คือ “พารามิเตอร์ไม่กี่ตัว แต่ตัวอย่างเยอะมากและต้องการค่าต่ำ ๆ ให้นิ่ง” ให้เริ่มดูที่ segmented flow analyzer</p>
<figure class="wp-block-table">
<table>
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อที่เทียบ</th>
<th>Discrete analyzer</th>
<th>Segmented flow analyzer</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ลักษณะการทำปฏิกิริยา</td>
<td>แยกแต่ละตัวอย่างออกจากกัน</td>
<td>ไหลต่อเนื่อง มีฟองอากาศคั่น</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณตัวอย่าง/รีเอเจนต์ต่อการทดสอบ</td>
<td>ไมโครลิตร (µL)</td>
<td>มิลลิลิตร (mL)</td>
</tr>
<tr>
<td>การเตรียมตัวอย่าง</td>
<td>รองรับ automated standard preparation, dilution, sample blanking และ sample spiking</td>
<td>รองรับ automated standard preparation, dilution, sample blanking, sample spiking และสามารถทำ inline preparation เช่น heating, dialysis, gas diffusion, distillation หรือ UV digestion ตามวิธีมาตรฐาน</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดแข็ง</td>
<td>ความหลากหลายของพารามิเตอร์</td>
<td>ขีดจำกัดการตรวจวัดต่ำ ตรวจวัดตัวอย่างจำนวนมาก</td>
</tr>
<tr>
<td>งานที่เหมาะ</td>
<td>แล็บที่ต้องการตรวจวัดพารามิเตอร์หลากหลาย เช่น แล็บบริการ แล็บโรงงานที่ต้องรายงานหลายค่า</td>
<td>แล็บที่ต้องการตรวจวัดตัวอย่างจำนวนมาก แต่ใช้พารามิเตอร์เดิมซ้ำ ๆ หรือตัวอย่างที่ต้องทำ inline preparation</td>
</tr>
<tr>
<td>รุ่นที่ Thai Unique ดูแล</td>
<td>SEAL AQ400</td>
<td>SEAL AA500</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</figure>
<figure class="tu-figure"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://thaiunique.co.th/wp-content/uploads/2026/09/seal-aq400-vs-aa500-infographic-rev31.png" alt="แผนภาพเปรียบเทียบ discrete analyzer ที่แต่ละตัวอย่างทำปฏิกิริยาในหลุมปฏิกิริยาของตัวเอง กับ segmented flow analyzer ที่ตัวอย่างและรีเอเจนต์ไหลต่อเนื่องโดยมีฟองอากาศคั่นแต่ละช่วง" width="2400" height="1350" loading="lazy" /><figcaption>ความต่างของเครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติสองตระกูล อยู่ที่ตัวอย่างกับรีเอเจนต์ทำปฏิกิริยากันตรงไหน ไม่ใช่แค่ความเร็ว</figcaption></figure>
<h2>5 อย่างที่ต้องแจ้งตอนขอใบเสนอราคา</h2>
<p>เหตุผลที่ใบเสนอราคาเครื่องวิเคราะห์น้ำมักต้องแก้หลายรอบ ไม่ใช่เพราะผู้ขายตั้งใจถ่วง แต่เพราะข้อมูลตั้งต้นไม่ครบ แล้วต้องเดาสเปกไปก่อน ถ้าแจ้ง 5 ข้อนี้มาพร้อมกันตั้งแต่รอบแรก จะได้ข้อเสนอที่เทียบกันได้จริงระหว่างผู้ขายแต่ละราย</p>
<h3>1. จำนวนตัวอย่างต่อวัน และช่วงที่งานเข้าหนักที่สุด</h3>
<p>ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย เพราะเครื่องที่พอดีกับวันปกติอาจเอาไม่อยู่ในเดือนที่ลูกค้าส่งตัวอย่างเข้ามาพร้อมกัน ตัวเลขที่มีประโยชน์ที่สุดคือ “วันปกติกี่ตัวอย่าง และวันที่หนักที่สุดกี่ตัวอย่าง”</p>
<h3>2. พารามิเตอร์ที่ต้องรายงาน</h3>
<p>ระบุให้ครบทั้งที่ทำอยู่ตอนนี้และที่คิดว่าจะต้องทำเพิ่มใน 2-3 ปีข้างหน้า เพราะจำนวนพารามิเตอร์เป็นตัวกำหนดทั้งรุ่นเครื่องและจำนวนตำแหน่งรีเอเจนต์ที่ต้องมี</p>
<h3>3. วิธีมาตรฐานที่ต้องใช้</h3>
<p>จุดนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะประกาศของหน่วยงานไทยที่คุณต้องรายงานตาม มักระบุวิธีวิเคราะห์อ้างอิงไว้ด้วย ไม่ใช่แค่ค่ามาตรฐานที่ต้องผ่าน ให้เปิดประกาศฉบับที่ใช้กับกิจการของคุณแล้วดูว่ากำหนดวิธีไหนไว้ แล้วแจ้งมาพร้อมกัน</p>
<h3>4. ประเภทของตัวอย่างน้ำ</h3>
<p>น้ำประปา น้ำบาดาล น้ำผิวดิน น้ำทะเล น้ำทิ้งจากโรงงาน และน้ำจากบ่อบำบัด มี matrix ต่างกันมาก ตัวอย่างที่มีความเค็มสูงหรือมีสารรบกวนเยอะ อาจต้องมีขั้นเตรียมตัวอย่างเพิ่ม ซึ่งกระทบทั้งอุปกรณ์ที่ต้องมีและเวลาต่อรอบ</p>
<figure class="tu-figure"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://thaiunique.co.th/wp-content/uploads/2026/08/figS-2026-09-04.png" alt="ภาพถ่ายตัวอย่างน้ำหกประเภทที่ส่งเข้าเครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติ ได้แก่ น้ำประปา น้ำบาดาล น้ำผิวดิน น้ำทะเล น้ำทิ้งจากโรงงาน และน้ำจากบ่อบำบัด" width="2400" height="1470" loading="lazy" /><figcaption>ประเภทน้ำที่ต้องแจ้งตอนขอใบเสนอราคา — น้ำเกลือสูงกับน้ำทิ้งจากโรงงานเป็น matrix ที่รบกวนการวัดมากที่สุด</figcaption></figure>
<h3>5. ความเข้มข้นต่ำสุดที่ต้องตรวจให้ได้</h3>
<p>ถ้าเกณฑ์ที่ต้องรายงานอยู่ในระดับต่ำมาก ตัวเลือกจะแคบลงทันที และอาจเป็นตัวชี้ว่าต้องไปทาง segmented flow analyzer แทน discrete analyzer แจ้งเป็นค่าที่ต้องรายงานได้จริง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่ผ่านง่าย ๆ</p>
<h2>อะไรทำให้ราคาต่างกัน</h2>
<p>เครื่องรุ่นเดียวกันเสนอราคาต่างกันได้หลายระดับ เพราะสิ่งที่อยู่ในใบเสนอราคาไม่ได้มีแค่ตัวเครื่อง ปัจจัยที่มีผลมากที่สุดเรียงตามลำดับคือ</p>
<ul>
<li>จำนวนพารามิเตอร์ที่วิเคราะห์ — แต่ละพารามิเตอร์ต้องมีชุดรีเอเจนต์และการตั้งค่าของตัวเอง ยิ่งรายงานหลายค่า ชุดที่ต้องซื้อก็ยิ่งเพิ่ม</li>
<li>ชุดย่อยหรือกลั่นในตัว — งานอย่าง total nitrogen, total phosphorus หรือ total cyanide ต้องมีขั้นเตรียมตัวอย่างก่อน ถ้าเลือกให้เครื่องทำในตัวจะสะดวกแต่ราคาสูงขึ้น ถ้าแยกไปย่อยข้างนอกด้วยชุดย่อยแบบบล็อกก็ประหยัดกว่า แต่ต้องมีคนทำขั้นนั้น</li>
<li>จำนวนตำแหน่งรีเอเจนต์และระบบแช่เย็น — รีเอเจนต์บางตัวต้องเก็บเย็นเพื่อให้คงสภาพตลอดรอบการทำงาน จำนวนตำแหน่งที่แช่เย็นได้จึงเป็นตัวกำหนดว่าจะตั้งค้างไว้ได้กี่พารามิเตอร์โดยไม่ต้องสลับสารบ่อย</li>
<li>ความจุถาดตัวอย่าง — ถาดที่จุตัวอย่างได้มากแปลว่าตั้งงานทิ้งไว้ได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องมีคนมาเติม ซึ่งมีค่าตรง ๆ กับแล็บที่คนไม่พอ</li>
<li>สัญญาบริการ — ครอบคลุมแค่การสอบเทียบประจำปี หรือรวมอะไหล่สิ้นเปลืองและการเข้าแก้ไขเมื่อเครื่องมีปัญหาด้วย เป็นส่วนที่ทำให้ตัวเลขต่างกันมากที่สุดในระยะยาว แต่มักถูกตัดออกเวลาเทียบราคากันแบบเร็ว ๆ</li>
</ul>
<p>ข้อสังเกตเวลาเทียบใบเสนอราคาหลายเจ้า: ให้เทียบที่ “เครื่องแบบเดียวกันทำงานเดียวกันได้ไหม” ไม่ใช่เทียบที่ตัวเลขสุดท้ายอย่างเดียว ราคาที่ถูกกว่าอาจไม่ได้รวมชุดย่อยที่งานของคุณต้องใช้ หรือให้ตำแหน่งรีเอเจนต์มาน้อยกว่าจนต้องสลับสารทุกวัน</p>
<h2>ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่คนมักลืมคิด</h2>
<p>ราคาเครื่องเป็นก้อนเดียวที่จ่ายครั้งเดียว แต่ต้นทุนที่อยู่กับแล็บไปตลอดอายุการใช้งานคือค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ซึ่งควรประเมินตั้งแต่ตอนเลือกเครื่อง ไม่ใช่ไปเจอตอนใช้จริง</p>
<ul>
<li>รีเอเจนต์ — เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดของค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง และเป็นจุดที่ discrete analyzer กับ segmented flow analyzer ต่างกันชัด เพราะปริมาณที่ใช้ต่อการทดสอบไม่เท่ากัน ถ้ารันงานเยอะทุกวัน ส่วนต่างตรงนี้สะสมเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญภายในปีเดียว</li>
<li>ท่อปั๊ม — เป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่เสื่อมตามการใช้งาน และเมื่อเสื่อมจะทำให้อัตราการดูดจ่ายปริมาตรผิดพลาดจนผลวิเคราะห์เพี้ยน ควรถามตั้งแต่ตอนขอราคาว่าต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนและหาซื้อได้จากที่ไหน</li>
<li>หลอดกำเนิดแสง — เมื่อความเข้มแสงลดลง ค่าการดูดกลืนแสงของทั้งตัวอย่างและกราฟมาตรฐานจะเบี่ยงไปพร้อมกัน สัญญาณรบกวนสูงขึ้น และส่งผลให้ค่า LOD กับ LOQ ยกสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้รายงานค่าต่ำ ๆ ไม่ได้เหมือนเดิม</li>
<li>เวลาที่ใช้เดินระบบต่อวัน — เป็นต้นทุนที่ไม่อยู่ในใบเสนอราคาแต่มีจริง เครื่องที่สั่งเปิดและปิดระบบอัตโนมัติได้ จะคืนเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็นให้คนไปทำงานอย่างอื่น</li>
<li>การสอบเทียบและบำรุงรักษาประจำปี — ควรถามตั้งแต่ต้นว่ามีทีมที่เข้ามาทำได้ในประเทศหรือไม่ และมีอะไหล่พร้อมส่งหรือเปล่า เพราะสองข้อนี้เป็นตัวกำหนดว่าเครื่องจะหยุดงานนานแค่ไหนเวลามีปัญหา</li>
</ul>
<h2>สเปกที่ควรเอามาเทียบจริง ๆ</h2>
<p>เวลาเทียบเครื่อง ตัวเลขที่มีผลกับงานประจำวันจริง ๆ มีไม่กี่ตัว ด้านล่างคือสเปกของสองรุ่นที่ Thai Unique ดูแล เทียบกันหัวข้อต่อหัวข้อ ดึงจากเอกสารทางเทคนิคของผู้ผลิตโดยตรง</p>
<figure class="wp-block-table">
<table>
<thead>
<tr>
<th>หัวข้อ</th>
<th><a href="https://thaiunique.co.th/product/aq400/">SEAL AQ400</a> (discrete analyzer)</th>
<th><a href="https://thaiunique.co.th/product/aa500/">SEAL AA500</a> (segmented flow analyzer)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>หลักการวิเคราะห์</td>
<td>Discrete colorimetric — แต่ละตัวอย่างทำปฏิกิริยาในหลุมปฏิกิริยาของตัวเอง ไม่ปะปนกัน</td>
<td>Segmented flow (SFA) — ตัวอย่างและรีเอเจนต์ไหลต่อเนื่อง มีฟองอากาศคั่น ปฏิกิริยาเกิดจนสมบูรณ์ก่อนวัด</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณตัวอย่างต่อการทดสอบ</td>
<td>3–500 ไมโครลิตร (µL) ขึ้นกับ method</td>
<td>ระดับมิลลิลิตร (mL) เพราะระบบดูดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวัด</td>
</tr>
<tr>
<td>ปริมาณรีเอเจนต์ต่อการทดสอบ</td>
<td>10–600 ไมโครลิตร (µL) ทั่วไปอยู่ที่ 300–400 µL</td>
<td>ระดับมิลลิลิตร (mL) เพราะรีเอเจนต์ไหลเข้าระบบต่อเนื่องเช่นเดียวกับตัวอย่าง</td>
</tr>
<tr>
<td>การรองรับหลายพารามิเตอร์ในเครื่องเดียว</td>
<td>ตำแหน่งรีเอเจนต์ 26 ตำแหน่ง ตั้งค้างไว้ได้หลายพารามิเตอร์พร้อมกัน</td>
<td>รองรับได้ถึง 6 ช่องวิเคราะห์ในเครื่องเดียว และใช้ multi-test manifold เปลี่ยนพารามิเตอร์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์</td>
</tr>
<tr>
<td>การเตรียมตัวอย่างอัตโนมัติในตัวเครื่อง</td>
<td>เตรียมสารมาตรฐาน เจือจางล่วงหน้าตามโปรแกรม เจือจางซ้ำอัตโนมัติเมื่อค่าหลุดช่วงวัด อ่าน sample blank และ spike ตัวอย่างได้</td>
<td>เตรียมสารมาตรฐาน เจือจาง อ่าน sample blank และ spike ได้เช่นกัน และทำ inline preparation เพิ่มได้ เช่น ให้ความร้อน dialysis gas diffusion distillation และ UV digestion</td>
</tr>
<tr>
<td>ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ</td>
<td>ควบคุมหลอดกำเนิดแสงด้วยซอฟต์แวร์ พร้อมฟังก์ชัน End of Run</td>
<td>สั่งเปิดและปิดระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ รวมการเปิด-ปิดปั๊ม ปลดแท่นกดท่อปั๊ม (platen) และโปรแกรมล้างวาล์วกับรีเอเจนต์</td>
</tr>
<tr>
<td>ระบบตรวจวัดแสง</td>
<td>ฟิลเตอร์ 10 ตำแหน่ง (ความยาวคลื่น 405–880 nm) มีแหล่งกำเนิดแสงเป็น quartz tungsten-halogen และตัวตรวจวัดคือ silicon photodiode</td>
<td>เป็นระบบตรวจวัดแบบลำแสงคู่ (dual beam) มีแหล่งกำเนิดแสงชนิดหลอด LED ความยาวคลื่น 250–880 nm และมีตัวตรวจวัดคือ silicon photodiode</td>
</tr>
<tr>
<td>ความจุตัวอย่างต่อรอบ</td>
<td>80 – 120 ตัวอย่างต่อรอบ</td>
<td>แร็คตัวอย่างมีหลายขนาดให้เลือกตามปริมาณงาน และเติมตัวอย่างเพิ่มระหว่างรันได้</td>
</tr>
<tr>
<td>Method อ้างอิงที่รองรับ</td>
<td>Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater, USEPA, ASTM, ISO, AOAC และ DIN</td>
<td>Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater, USEPA, ASTM, ISO, AOAC และ DIN</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</figure>
<p>พารามิเตอร์ที่เรารับรองว่าทำได้บนเครื่อง SEAL AQ400 ในประเทศไทย ได้แก่ alkalinity, ammonia, chloride, hexavalent chromium, color, cyanide, nitrate, nitrite, ortho-phosphate, silica, sulfate และ total phosphate เป็นต้น</p>
<p>ส่วนพารามิเตอร์ที่ลูกค้าในไทยขอใบเสนอราคาสำหรับ SEAL AA500 มาบ่อยที่สุดคือ nitrate, nitrite, total cyanide, phenol, ammonia และ total nitrogen</p>
<p>ถ้างานของคุณมี total nitrogen หรือ total phosphorus ที่ต้องย่อยตัวอย่างก่อน และทำครั้งละหลายสิบตัวอย่างเป็นประจำ ให้ประเมินชุดย่อยแบบบล็อกอย่าง <a href="https://thaiunique.co.th/product/bd50-bd28/">SEAL BD50 และ BD28</a> ควบไปด้วย เพราะจะคุ้มกว่าการให้เครื่องวิเคราะห์ย่อยให้ในตัวเมื่อคิดต่อจำนวนตัวอย่างต่อรอบ</p>
<h2>การดูแลหลังการขายในประเทศไทย</h2>
<p>เครื่องวิเคราะห์ที่สเปกดีที่สุดก็ให้ผลผิดได้ ถ้าติดตั้งไม่ถูก สอบเทียบไม่ตรง หรือคนใช้ไม่เคยได้รับการสอนอย่างถูกวิธี ส่วนนี้จึงควรอยู่ในใบเสนอราคาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ไปคุยกันทีหลัง</p>
<p>สิ่งที่ควรถามไม่แพ้ราคาเครื่อง คือใครเป็นคนสอบเทียบให้ และคนคนนั้นรู้จักวิธีวิเคราะห์ที่คุณใช้จริงหรือเปล่า เพราะเครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติมีตัวแปรที่ต้องปรับตามชนิดตัวอย่างเยอะ คนที่ตั้งค่าให้จึงต้องเข้าใจเคมีของวิธี ไม่ใช่แค่เข้าใจปุ่มบนหน้าจอ</p>
<p>ทีมของ Thai Unique เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ดูแลตั้งแต่ช่วยเลือกวิธีวิเคราะห์ให้เหมาะกับชนิดตัวอย่างของคุณ ติดตั้ง สอบเทียบ สอนใช้งาน ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการขาย และเกินกว่า 95% ของปัญหาที่พบหน้างาน จบได้ภายในประเทศ</p>
<p>เครื่องวิเคราะห์น้ำอัตโนมัติทั้งสองตระกูลที่กล่าวถึงในบทความนี้ มีจำหน่ายในประเทศไทยโดย Thai Unique พร้อมทีมติดตั้ง สอบเทียบ และดูแลหลังการขายที่ประจำอยู่ในประเทศ</p>
<p>ถ้าอยากให้ทีมของเราเข้าไปดูขั้นตอนการทำงานของแล็บคุณก่อนตัดสินใจ <a href="https://thaiunique.co.th/contact-us/">ติดต่อได้ที่</a> โทร 0-2629-0191-6 หรืออีเมล customer.service@thaiunique.com</p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย</h2>
<h3>SEAL AQ400 ราคาเท่าไหร่</h3>
<p>ราคาไม่ได้เป็นตัวเลขเดียว เพราะแต่ละงานมีการกำหนดสเปกและอุปกรณ์ประกอบที่แตกต่างกัน ตัวแปรที่มีผลมากที่สุดคือพารามิเตอร์ที่ต้องรายงาน จำนวนตัวอย่างต่อวัน วิธีมาตรฐานที่ต้องใช้ และสัญญาบริการที่เลือก วิธีที่เร็วที่สุดคือแจ้งชนิดตัวอย่าง จำนวนต่อวัน และพารามิเตอร์ที่ต้องรายงานมาให้เรา แล้วเราจะจัดชุดและเสนอราคาให้ตรงงาน</p>
<h3>Discrete analyzer กับ Segmented flow analyzer เลือกอย่างไร</h3>
<p>โดยหลักการ discrete analyzer ใช้ตัวอย่างและรีเอเจนต์น้อยกว่าต่อการทดสอบ และสลับพารามิเตอร์ได้เร็ว จึงเหมาะกับงานที่พารามิเตอร์หลากหลายแต่จำนวนตัวอย่างต่อพารามิเตอร์ไม่มาก ส่วน Segmented flow analyzer ปล่อยให้รีเอเจนต์และตัวอย่างไหลเข้าสู่เครื่องต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์ จึงเด่นเรื่องขีดจำกัดการตรวจวัดที่ต่ำและความแม่นยำในงานตัวอย่างจำนวนมากซ้ำ ๆ เช่น น้ำทะเลหรืองานเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม ดังนั้น Segmented flow analyzer จะใช้รีเอเจนต์และตัวอย่างในปริมาณมากกว่า discrete analyzer</p>
<h3>ตัวอย่างเข้ามาความเข้มข้นไม่เท่ากันเลย ต้องเจือจางเองไหม</h3>
<p>ไม่ต้องเจือจางมือทุกตัวอย่าง เครื่องอย่าง AQ400 ตั้งโปรแกรมเจือจางล่วงหน้าได้ และเจือจางซ้ำอัตโนมัติเมื่อค่าหลุดช่วงวัด โดยไม่ต้องรันใหม่ทั้งชุด ช่วยลดทั้งเวลาและความผิดพลาดจากการเจือจางด้วยมือ</p>
<h3>ใช้ตัวอย่างและรีเอเจนต์น้อยแค่ไหนต่อการทดสอบ</h3>
<p>AQ400 ใช้ตัวอย่างระหว่าง 3 ถึง 500 ไมโครลิตร และใช้รีเอเจนต์ระหว่าง 10 ถึง 600 ไมโครลิตรต่อการทดสอบ ขึ้นกับ method ซึ่งสำคัญมากกับงานที่ตัวอย่างมีจำกัด เช่น น้ำจากพื้นที่เก็บยาก หรือหลังผ่านการเตรียมตัวอย่างมาแล้วหลายขั้น</p>
<h3>มีบริการสอบเทียบและดูแลต่อเนื่องในไทยไหม</h3>
<p>มี Thai Unique ดูแลครบตั้งแต่ติดตั้ง สอบเทียบ สอนใช้งาน ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการขาย โดยทีมที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ติดต่อได้ที่ โทร 0-2629-0191-6 · customer.service@thaiunique.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thaiunique.co.th/blog/water-analyzer-quotation-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
